เอาละ หลังจาก ตอนที่แล้วเรา ลงเครื่องมาถึง มาเก๊า กันใหม่ๆ
ได้ไปเปิดหูเปิดตา เปิดกระเป๋า เทกระจาดกันที่ คาสิโนไปแล้ว
จนตอนนี้ เริ่มมืดแล้ว กลับมาเข้าที่พัก เอากระเป๋ามาเก็บ ที่ โรงแรม Ole London Hotel กันแล้ว
จนตอนนี้ เริ่มมืดแล้ว กลับมาเข้าที่พัก เอากระเป๋ามาเก็บ ที่ โรงแรม Ole London Hotel กันแล้ว
ก็สมควรแก่เวลา ที่กระเพาะจะเรียกร้องความเป็นธรรม ตามเวลาของมันบ้างแล้ว
เอาล่ะ พร้อม!!! ออกเดินไป เที่ยวไป หาไรกินไป ตามทางดีกว่า
*** ก่อนอื่น เมื่อออกจากโรงแรม หันขวา คือสวนสาธารณะ ขนาดย่อมๆ ทางที่เราเดินลากกระเป๋าเข้ามา
มองซ้าย เป็นทางแยก สูงชัน เดินขึ้นเนิน
ซึ่งดูจากจุดที่ตั้งในแผนที่แล้ว Senado Square ต้องทะลุออกทางนี้แน่นอน

เมื่อตัดสินใจเดินขึ้นไป ขึ้นไป ขึ้นไป แต่พึงระลึกไว้เสมอว่า ในแผนที่ Senado Square อยู่ติดถนนใหญ่ และถนนใหญ่ อยู่ทางซ้ายของเรา ดังนั้นเมื่อเจอทางแยกเราเลย เลี้ยวซ้าย 1 ครั้ง และตรงอย่างเดียว
เมื่อมีทางชันขาขึ้นแล้ว ก็ต้องมีขาลง ซึ่งแสดงว่า เราเข้าไกล้ถนนใหญ่ละ
ระหว่างทางเดินหาถนนเส้นหลักของเรา ก้มีร้านค้า แบบร้านขายของชำบ้านเรานั่นแหละ อยู่เรื่อยๆตลอดทาง
มีร้านขนม มีร้านบะหมี่ ร้านข้าว …แต่!!! ยัง ยังก่อน ถ้าปักหลักกินตอนนี้ มันจะเสียเชิงอยู่
เราต้องเดินไปก่อน เพื่อให้ได้ฟิวของเชนาโด้ สแคว์ ต้องไปหากินแถวๆ นั้น
** ที่นี่ตึกรามบ้านช่อง ก็ ดูจีนๆฝรั่งๆ เพราะมันเป็นศิลปะจีนผสมโปรตุเกสนั่นเอง
ภาพนี้อาจจะสงสัย ว่าสวยตรงใหน ถ่ายมาไม
ไม่ได้ถ่ายเอาสวยครับ ถ่ายเพื่อเอาไว้ดูอ่ะ กลัวหลงซอย จำทางกลับที่ซุกหัวนอนไม่ด๊ายยยย
บอกนุ๊ย “จำป้าย กะตึกนี้ไว้นะ เดินตรงไปเจอแยกใหญ่ แล้วเลี้ยวขวา เดินลงเนิน เข้าที่พัก ถ้าหลง”
สรุป จำไม่ได้หรอก พูดไปงั้น 555
เย้ๆๆๆ มาถึงแล้ว Senado Giodano Bossini Square (ชื่อเต็มๆ ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้)
ณ ที่แห่งนี้ มีร้านค้า แบรนดังต่างๆมากมาย แต่ที่เห็นจะมีเยอะ เยอะมาก ทุกมุมตึก
เยอะจนจะทำให้เราหลงทิศได้ 55 นั่นก็คือ Giodano กะ Bossini มีทุกมุมตึก
แล้วก็ลดตลอดชาติ แต่เรามาครานี้ ไม่ได้มาช็อป ไปเดินย่องๆหาของแปลกๆอร่อยๆกินดีกว่า
เดินมา เรื่อยๆ มุดซอยโน้น โผล่ซอยนี้ ให้ดูคล้ายๆว่าหลง แต่จริงๆแล้ว ไม่ได้หลง แค่เดินมาซ้ำๆหลายๆรอบ ว๊ากกกกกก!!!!!
จนมาสะดุด อยู่ที่ร้านขายลูกชิ้นร้านนึง
จะเห็นอิช่องขวาสุดนั่นคือ ช่องลวก พอเราสั่ง หยิบส่งไป พี่ท่านก็จะหย่อน ตุ๋มมมมม ลงไปลวก
แล้วสักพักเอาขึ้นมา
พูดว่า “@#$#^%&$*++ Chilli ห๊า” (กูตกใจกลัวตอนเมิง ห๊า นี่ล่ะ) เลยพยักหน้าไป
พร้อมบอกว่า Yes,Chilli (แปลว่า ใช่กูมาเดินเล่น ชิวๆ ทำไมเมิงรู้?)
สรุปพี่ท่าน เอาใส่ถ้วยโฟม พร้อมตักน้ำจิ้มในช่องเล็กนั่น ราดไป 1 กระบวย
แล้วก็ได้เวลามาชิม
เป็นลูกชิ้นลวก ราดด้วยน้ำจิ้ม (รสชาติน้ำจิ้มคล้ายๆแกงกะหรี่) ซึ่งก้น่าจะเป็นน้ำจิ้มรสแกงกะหรี่นั่นละ
กัดไป 1 คำ เป็นลูกชิ้นสวกนุ่มๆ อมน้ำ ที่มันลวกอ่ะ ไว้เต็มๆเลย
สรุปกูไม่รู้รส น้ำจิ้มแกงกะหรี่เลย มีแต่น้ำลวกลูกชิ้น
พลาดไปซะแล้ว สำหรับคำแรก
คำที่สอง เลย จิ้มลูกชิ้นขึ้นมา แล้วอมๆดูดๆน้ำลวกลูกชิ้นที่อยู่ข้างในออกให้หมด
จากนั้นเอาลงไปจิ้มในน้ำจิ้มอีกครั้ง แล้วเอามาดูด แล้วจิ้มอีกครั้ง เพื่อการเข้าเนื้อ
จากนี้ ลูกชิ้นถ้วยนี้เริ่มอร่อย แซ่บขึ้นตามลำดับ จนต้องเดินไปซื้ออีกสัก 4 ไม้ ก่อนไปเดินชมที่อื่นต่อ
เดินเลยมาหน่อยก็ จะเจอลานน้ำพุ ด้านหน้าโบสถ์…อะไรซักอย่างละ
เลยได้โอกาส เอาลูกชิ้นถ้วยเมื่อกี้มานั่งดูดๆ ซดๆ รองท้องอย่างไม่สนสายตาคนอื่นที่รอให้เรากินเสร็จ เพื่อที่เค้าจะถ่ายรูป 55
(จะสังเกตุเห็นได้ว่า รองเท้า Onisuka คู่นี้ ได้เดินทางไกลจาก แม่สาย ลงมา กทม.
และไปไกลถึง มาเก๊า – ฮ่องกงทีเดียวเชียว)
ถ่ายรูปหน้า วิหาร Catedral สักหน่อย ก่อนเดินไป หาอะไรกินจริงๆจังๆ ซะที
เพราะเริ่มหิว จริงๆจังๆแล้วเหมือนกัน
ท่าทางจะหิวนะน้องคนนี้
เมนูส่วนใหญ่ที่อยู่ในสายตาเราตอนนั้น มักจะเป็นพวกบะหมี่ หรืออะไรที่ได้ซดน้ำอุ่นๆ
เพราะอากาศค่อนค่างเย็น จะเห็นได้ว่าหมูสับที่ใส่มา มันเยอะจนดูไม่งาม ทุกอย่างดูเยอะแบบพูนๆ
ก็เลย ค่อนค่างอิดออดนิดหน่อย ว่าจะกินหมดมั๊ยน๊าาาาา
แต่นอกเหนือจาก บะหมี่+เกี๊ยว สองชามนี้แล้วก็เห้นจะมีพวก ชามะนาว เป็ปซี่เลม่อน
สั่งอย่างไงได้อย่างนั้น ชามะนาวก็ ชาดำ 1 แก้ว มะนาว(แบบเลม่อน) 1 ซีก
เป็นซี่เลม่อน อาจจะคิดว่า เป็นเป็ปซี่ทวิส รึเปล่านะ…มันคือ โค้ก 1 ขวด เสิร์ฟคู่กับ มะนาว 1 ซีก เช่นกัน
ในเมื่อเมิงเสิร์ฟแบบนี้ กูก็กิน บีมแม่มลงไปเลย เอาให้เปรี้ยว บีบให้ขม 555
เอาละอิ่มได้ที่ อยู่ท้องละ เดินต่อ (อีกแล้ว) จากด้านหน้าเชนาโด้ เดินไปจะเจอแยกที่สอง เห็นป้ายแล้ว เดินตามไปเลย
จะไปเจอกับ วิวมุมนี้
นับต่อจากนี้ไป จะเริ่มเป็นมุมมหาชนละนะ เห็นอยู่ไกลๆนั่นคือ ซากโบสถ์ เซนต์ปอล นะจ๊ะ
ไปดูไกล้กันเถอะ
มุมนี้ถ้ามากลางวัน อย่าฝันว่าจะได้เลย
แค่ยกกล้องขึ้นมาถ่ายก็คงจะโดนเบียนเละเทะละ
อาจจะเคยเห็นตามหน้าเว็บมาละนะ ว่าคนเยอะมาก มุมนี้
ว่าแล้วก็ ใช้ประโยชน์ขาตั้งกล้องซะหน่อย อุตส่าห์แบกมา
มาดให้นะ ว่าแล้วก็ ป่ะ คาสิโน หาเงินค่าบะหมี่
ที่เห็นอยู่ด้านหลังนั่นคือ Casino Grand Lisbua นะ อยากจะไป แต่ไม่ไหวละ คืนนี้ จะตีสองละ อิ่มด้วย
ทิ้งท้ายด้วยภาพนี้ แล้วไปนอนดีกว่า
ติดตามต่อ Part 3 วันที่ 2 ของการเดินทาง มาเก๊า – ฮ่องกง นะครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น